Author: Lily Morgan

Social Media
เมื่อก่อนคงต้องพูดถึงเรื่องการใช้โซเชียลของเด็กญี่ปุ่นว่ามีความแตกต่างกับบ้านเรา แต่ในยุคนี้ต้องบอกว่าทุกสิ่งทุกอย่างเหมือนจะกลืนเข้ากันเป็นเรื้อเดียว พูดถึงในประเทศญี่ปุ่น ก็ยังคงมีไลฟ์สไตล์ที่ไม่แตกต่างจากวัยรุ่นไทย โซเชียลมีเดียหลักที่ใช้คือ Twitter และ Instagram ซึ่งได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในประเทศญี่ปุ่นจากความนิยมต่างๆเหล่านี้ก็ได้มีการทำการสำรวจเกี่ยวกับพฤติกรรมการใช้ Social Media ของวัยรุ่นญี่ปุ่นมีสิ่งที่น่าสนใจจากการทำการสำรวจในครั้งนี้คือส่วนใหญ่และวัยรุ่นญี่ปุ่นมักจะมีบัญชีการใช้งาน Social Media ต่างๆเหล่านี้มากกว่าหนึ่งบัญชี และสิ่งที่น่าสนใจมากกว่านั้นคือวัยรุ่นเป็นจำนวนมากที่มีบัญชีสำหรับการใช้งานเป็นบัญชีรอง มากถึง 10 บัญชีด้วยกันมาถึงตรงนี้ใครหลายคนอาจจะอยากรู้แล้วว่าทำไมวัยรุ่นญี่ปุ่นจึงมีบัญชีรองในการใช้โซเชียลมีเดียต่างๆมากมายขนาดนี้  การใช้บัญชีรองมากมายถึง 10 บัญชีหรือการใช้งาน Social Media อย่างลับลับเป็นสิ่งที่เด็กวัยรุ่นญี่ปุ่นทุกคนต้องมีเพราะคนที่โรงเรียนหรือคนที่ทำงานร่วมถึงคนที่บ้านจะไม่สามารถรู้ได้เลยว่าเจ้าของบัญชีคือใครดังนั้นบัญชีรอง ซึ่งเป็นบัญชีของการใช้โซเชียลแบบไม่เปิดเผยตัวตนนั่นเองและจากการสำรวจของบริษัททางด้านความปลอดภัยในข้อมูลพบว่า 70% ของนักเรียนหญิงมัธยมปลายมีบัญชีรับเป็นของตัวเองและวัตถุประสงค์ในการใช้งานก็เก็บไว้ใช้ในวัตถุประสงค์การใช้งานหลักๆคือใช้ในการติดตามผลงานของศิลปินดารารวมไปถึง Animation หรือคนที่มีความชื่นชอบในแบบเดียวกันรวมทั้งใช้เพื่อคอมเม้นต่างๆใน Social Media โดยที่ไม่ต้องมีใครรู้จักตัวตนที่แท้จริงและยังเป็นการสร้างตัวตนหรอกๆขึ้นมาเพื่อป้องกันไม่ให้ทุกคนได้รู้จักตัวตนจริงของพวกเขานั้นเอง นอกจากนี้แล้ว  จากการสำรวจยังพบอีกว่าวัยรุ่นญี่ปุ่นส่วนใหญ่ใช้โซเชียล ที่เป็นบัญชีรองในการบ่นและระบายอารมณ์กับเรื่องราวต่างๆที่ทำให้รู้สึกหงุดหงิดและต้องประสบพบเจอในแต่ละวันเพราะไม่อย่างนั้นแล้วคงจะต้องรู้สึกอัดอั้นตันใจที่ไม่ได้ระบายออกอย่างแน่นอนดังนั้นการใช้บัญชีรองจึงเป็นอีกเครื่องมือหนึ่งที่ช่วยให้วัยรุ่นญี่ปุ่นสามารถระบายความเครียดเพราะไม่มีใครสามารถตามตัวได้และที่สำคัญคือหลังจากที่หายเครียดหรือระบายอารมณ์แล้วก็สามารถลบบัญชีนั้นทิ้งได้ง่ายๆอีกด้วย วิถีชีวิตที่สำคัญอีกอย่างหนึ่งของคนญี่ปุ่นซึ่งจะเรียกว่าเป็นค่านิยมก็คงจะไม่ผิดนั่นก็คือชาวญี่ปุ่นเป็นชนชาติที่แคร์ความคิดความรู้สึกของคนรอบตัวมากๆดังนั้นเพื่อให้ได้รับการยอมรับหลายคนจึงจำเป็นที่จะต้องสร้างตัวตนอีกตัวตนหนึ่งขึ้นมาให้คนได้รู้จักและได้เห็นในมุมที่ตัวเองต้องการให้เห็นและไม่ต้องการให้เห็นแต่ทุกคนก็ยังคงต้องการพื้นที่ความเป็นส่วนตัวเหตุผลต่างๆเหล่านี้จึงกลายเป็นที่มาของการใช้ชีวิตติดโซเชียลแบบที่ต้องมีบัญชีในการเล่นมากมายนั่นเอง
เลี้ยงลูกให้ถูกทางในยุคโซเชียล
ในยุคที่มีความเจริญในเรื่องเทนโนโลยีต่างๆ แบบนี้ ทำให้มีข้อดีต่อการดำเนนชีวิตมากมาย แต่เอมีดีก็ต้อมีร้าย เมื่อความทันสมัยที่เราเรียกว่าเทคโนโลยี ก็กำลังทำลายบางสิ่งบางอย่างไปโดยที่บางทีเราก็ไม่รู้ตัว การมีเทคโนโลยีและความทันสมัยทางด้านเครื่องมือสื่อสาร รวมไปถึงความล้ำหน้าทางด้านนวัตกรรมต่างๆเป็นข้อดีที่ทําให้สังคมและโลกของเราเจริญขึ้นแต่สิ่งหนึ่งที่เราปฏิเสธไม่ได้คือความเจริญย่อมมาพร้อมกับความเสื่อมเมื่อเทคโนโลยีเจริญขึ้นแต่อีกมุมหนึ่งกลับเสื่อมลงคงไม่ต้องบอกหลายคนก็คงจะเดาได้ว่าสิ่งที่เสื่อมโทรมลงไป คือสังคมของเรานั่นเอง ความเสื่อมโทรมในยุคนี้คือ การที่เราใช้มือถือกันมากขึ้นจนหลายคนเรียกว่าสังคมก้มหน้าเราให้ความสำคัญกับโลกออนไลน์มากกว่าการที่จะได้พบปะพูดคุยและเปลี่ยนบทสนทนาและถามไถ่สารทุกข์สุขดิบกันแม้กระทั่งบนโต๊ะอาหารในบ้านที่พ่อแม่ลูกควรจะได้พูดคุยกันอย่างมีความสุข แต่ไม่ว่าจะเป็นพ่อแม่หรือลูกกลับก้มหน้าก้มตาอยู่กับมือถือและอยู่ในสังคมของตนเองหรืองานที่กำลังทำไม่ว่าจะเป็นการติดต่อลูกค้าหรือจะสั่งงานผ่านทางโทรศัพท์มือถือนั่นเองทำให้ในปัจจุบันนี้มีปัญหาหนึ่งเกิดขึ้นในสังคมนั้นก็คือปัญหาการแยกตัวจากสังคมนั่นเอง การดำเนินชีวิตเพื่อห่างไกลการแยกตัวจากสังคม ไม่ว่าจะเป็นการดำเนินชีวิตของเราเองในวัยผู้ใหญ่หรือการเลี้ยงดูพ่อแม่รวมไปถึงพ่อแม่ที่ต้องเลี้ยงดูลูกเป็นสิ่งที่สำคัญในการสร้างเกราะกำบังปัญหาต่างๆเหล่านี้ให้กับคนที่เรารักหรือแม้กระทั่งตัวเราเองก็ตามซึ่งในวิถีชีวิตหรือและสไตล์ของเราเรามีสิ่งที่จะต้องปรับทัศนคติของเราในเรื่องต่างๆดังนี้ สร้างความแข็งแกร่งในจิตใจให้กับคนที่เรารักด้วยการทำความเข้าใจทุกๆเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในชีวิตรวมไปถึงให้ความรักความอบอุ่นและสัมผัสกันด้วยการโอบกอดอยู่เสมอเพราะนี่คือเป็นสิ่งที่จะสร้างพลังใจให้ใครคนใดคนหนึ่งเข้มแข็งขึ้นมาได้ ถ้าหากคุณเป็นคนที่จะต้องเลี้ยงดูลูกน้อยให้พาลูกของคุณไปเล่นที่สนามเด็กเล่นหรือไปเจอเพื่อนในวัยเดียวกันในสังคมใดสังคมหนึ่งซึ่งการที่ลูกน้อยได้เจอสังคมเขาจะรักความรู้สึกสนุกสนานที่ได้เจอเพื่อนฝูง ทำให้ไม่รู้สึกแปลกแยกและปรับตัวเข้ากับสังคมได้ง่าย ไม่คาดหวังหรือกดดันลูกให้ทำในสิ่งที่ตัวเองต้องการเช่นคาดหวังกับผลการสอบของลูกหรือส่งลูกไปเรียนกวดวิชาจนเยอะแยะมากมายเกินไปเพราะอยากให้ลูกสอบติดในโรงเรียนที่ดีหรือคณะดีๆรวมทั้ง คาดหวังให้ลูกทำอาชีพที่พ่อแม่ต้องการเพราะสิ่งต่างๆเหล่านี้อาจจะทำให้ลูกของคุณเกิดความรู้สึกอึดอัดและกดดันจนไม่อยากจะพบเจอใครในสังคมรวมกระทั่งตัวพ่อแม่เอง ปลูกฝังทัศนคติที่ดีและการมองโลกในทิศทางบวกเสมอให้กับลูกและคนในครอบครัวฝึกนิสัยการยอมรับความผิดพลาดที่อาจจะเกิดขึ้นจริงได้ในชีวิตของเราแล้วไม่กล่าวโทษไม่กดดันในกรณีที่มีเรื่องที่ไม่ดีเกิดขึ้นกับคนในครอบครัวเป็นต้น
Categories